PATIPHAN DEV
หน้าแรกคอร์สเรียนผลงานสินค้าบทความเกี่ยวกับผมติดต่อ
เข้าสู่ระบบ
ศัพท์และพื้นฐาน Claude สำหรับผู้เริ่มต้น
ความคืบหน้า0/15 บทเรียน (0%)

บทที่ 1 · รู้จัก Claude ก่อนเริ่มใช้งาน

  • Claude คืออะไร มีกี่แบบ ต่างกันตรงไหน15 นาที
  • รู้จักตระกูลโมเดล Claude: Opus, Sonnet, Haiku, Fable เลือกใช้ตัวไหนดี18 นาที
  • Prompt, Token และ Context Window คืออะไร15 นาที

บทที่ 2 · ไฟล์และโฟลเดอร์สำคัญที่ Claude Code ใช้

  • CLAUDE.md ทำหน้าที่อะไร ต่างจาก README ยังไง15 นาที
  • settings.json กับ settings.local.json ต่างกันตรงไหน18 นาที
  • ข้างในโฟลเดอร์ .claude/ มีอะไรบ้าง18 นาที

บทที่ 3 · ศัพท์เทคนิคที่เจอบ่อยตอนใช้งาน

  • Subagent คืออะไร ใช้ตอนไหน16 นาที
  • Skill กับ Slash Command ต่างกันยังไง16 นาที
  • MCP (Model Context Protocol) คืออะไร ทำไมสำคัญ18 นาที

บทที่ 4 · เตรียมพร้อมก่อนเริ่มใช้งานจริง

  • ศัพท์ที่เจอบ่อยแบบสรุปย่อ (Cheat Sheet)12 นาที
  • คำถามที่พบบ่อยสำหรับผู้เริ่มต้น (FAQ)15 นาที
100%

Plan Mode คืออะไร ช่วยอะไรก่อนลงมือทำงานจริง

ใช้เวลาประมาณ 14 นาที

ในบทนี้

  1. 1.Plan mode คืออะไร
  2. 2.เข้าโหมด plan ได้ยังไง
  3. 3.ทำไม plan mode ถึงสำคัญ
  4. 4.ควรใช้ plan mode ตอนไหน
  5. 5.ตัวอย่างการใช้งาน

Plan mode คืออะไร

Plan mode คือโหมดที่ Claude จะสำรวจโค้ดและเขียนแผนการทำงานออกมาก่อน แล้วรอให้เรายืนยันแผนนั้นก่อน ถึงจะเริ่มลงมือแก้ไฟล์หรือรันคำสั่งจริง พูดง่ายๆ คือเป็นการ "เบรก" ให้เราได้เห็นภาพรวมสิ่งที่ Claude จะทำ ก่อนที่มันจะไปแตะโค้ดจริง

ระหว่างอยู่ใน plan mode, Claude มีสิทธิ์แค่อ่านไฟล์และรันคำสั่งที่ไม่มีผลข้างเคียง (read-only) เท่านั้น จะแก้ไฟล์อะไรไม่ได้เลยจนกว่าเราจะอนุมัติแผน

เข้าโหมด plan ได้ยังไง

  • กด Shift+Tab สองครั้ง จาก prompt ใดก็ได้ — แถบด้านล่างจะยืนยันว่าเข้าโหมด plan แล้ว
  • พิมพ์ /plan นำหน้าคำสั่งเพื่อเข้าโหมด plan เฉพาะ turn นั้น
  • เริ่ม session ด้วย claude --permission-mode plan เพื่อให้ทุก prompt เริ่มต้นในโหมด plan โดย default

ทำไม plan mode ถึงสำคัญ

ปัญหาที่ plan mode แก้

ถ้าปล่อยให้ Claude ลงมือแก้ไฟล์ทันทีโดยไม่มีขั้นตอนวางแผน ความเสี่ยงคือมันอาจเข้าใจโจทย์ผิด แล้วแก้โค้ดไปหลายไฟล์ก่อนที่เราจะรู้ตัวว่าทิศทางผิด การให้ Claude เสนอแผนก่อนช่วยให้เรา "จับผิดตั้งแต่ต้นทาง" ได้ ก่อนที่จะเสียเวลาตามแก้ทีหลัง

บทถัดไป

ศัพท์ที่เจอบ่อยแบบสรุปย่อ (Cheat Sheet)

ใช้เวลาประมาณ 12 นาที

บทก่อนหน้า: Permission Mode คืออะไร ควบคุมอะไรบ้าง
.env และการเก็บ API key อย่างปลอดภัย
15 นาที
Hook คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง
16 นาที
  • Permission Mode คืออะไร ควบคุมอะไรบ้าง15 นาที
  • Plan Mode คืออะไร ช่วยอะไรก่อนลงมือทำงานจริง14 นาที
  • เวลา Claude อยู่ใน plan mode และต้องการทำความเข้าใจ codebase มันจะ delegate งานค้นคว้าให้กับ Plan subagent เพื่อให้ context การสำรวจไม่ปนกับบทสนทนาหลัก ทำให้บทสนทนาหลักยังคง read-only และสะอาดอยู่

    ควรใช้ plan mode ตอนไหน

    ✗ ควรใช้ plan mode

    • งานที่ต้องแก้ไฟล์ตั้งแต่ 3 ไฟล์ขึ้นไป
    • งานที่แตะ database schema หรือ migration
    • โค้ดส่วนที่เกี่ยวกับความปลอดภัย (auth, payment)
    • งานที่โจทย์ยังไม่ชัดเจน อยากให้ Claude ตีความให้ดูก่อน
    • โปรเจกต์ใหม่ที่เรายังไม่คุ้นเคยกับโครงสร้างโค้ด

    ✗ ข้ามไปได้ ไม่จำเป็นต้องใช้

    • แก้ไฟล์เดียว บรรทัดเดียว ที่รู้ผลลัพธ์ชัดเจนอยู่แล้ว
    • คำถามที่เป็น read-only ล้วนๆ เช่น "อธิบายฟังก์ชันนี้ให้ฟังหน่อย"
    • งานที่ทำซ้ำบ่อยจนมั่นใจแล้วว่า Claude เข้าใจ pattern ถูกต้อง

    ตัวอย่างการใช้งาน

    เราขอให้ Claude "เพิ่มระบบ rate limit ให้ทุก API endpoint" ถ้าเข้าโหมด plan ก่อน Claude จะสำรวจโครงสร้างโปรเจกต์ หา middleware ที่มีอยู่ หา endpoint ทั้งหมด แล้วเสนอแผนกลับมาว่าจะแก้ไฟล์ไหนบ้าง เพิ่ม dependency อะไร ก่อนที่เราจะกด "ใช่ ทำตามแผนนี้" แล้ว Claude ถึงเริ่มแก้โค้ดจริง ต่างจากการปล่อยให้ Claude ลงมือทันทีโดยไม่รู้ว่าจะไปแตะไฟล์อะไรบ้างล่วงหน้า

    สรุปคือ plan mode เป็นนิสัยที่ควรฝึกใช้ตั้งแต่เนิ่นๆ สำหรับงานที่มีความเสี่ยงหรือซับซ้อน เพราะต้นทุนของการหยุดดูแผนก่อน 1 นาที คุ้มค่ากว่าต้นทุนของการต้อง revert โค้ดที่แก้ผิดทิศทางไปแล้วหลายไฟล์มาก